เดือน: มีนาคม 2020

เบนท์ลีย์ แบงค็อก

Bentley Bentayga V8 !!

 

เบนท์ลีย์ แบงค็อก โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เบนท์ลีย์อย่าง เป็นทางการ แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย จัดแสดง Bentayga V8 ที่สุดแห่งเอสยูวีสัญชาติอังกฤษ ที่ได้รับรางวัล SUV ที่ดีที่สุดจนถึงปัจจุบัน

Bentley Bentayga รถยนต์ SUV สุดหรูไฮเอน 4 ที่นั่ง มาพร้อมการดีไซน์ที่หรูหรา ที่หลายคนมองจากภายนอกแล้วรับรู้ได้ถึงพลังงาน ด้วยรูปทรงที่มีขนาดใหญ่โต แต่เต็มไปด้วยความหรูหรา การตกแต่งที่ดูเรียบง่ายให้ความรู้ภูมิฐาน และคงมีโอกาสไม่มากนักที่จะได้สัมผัสความ

สุดยอด suv อีกคัน ด้วยค่าตัวกว่า 21.5 ล้านบาท Bentley Bentayga ภายใต้ เบนท์ลีย์แบงค็อก ได้จัดให้ทางทีมงาน ออโต้สปิน ได้ทดสอบเพื่อให้ได้เห็นถึง สมรรถนะ ของรถ SUV ระดับหัวแถว จะมีประสิทธิภาพดีเพียงใด ภายนอกสำหรับ Bentley Bentayga มาพร้อมกับลุคความ

สปอร์ตที่ดูดัน แข็งแกร่ง แต่ยังคงไว้ถึงความคลาสสิก หรูหราสไตล์ Bentley สำหรับ Bentayga มาพร้อมกับกระจังหน้าแบบ matrix grille รังผึ้งขนาดใหญ่ อันเป็นเอกลักษณ์ เข้ากับชุดไฟหน้าแบบ LED ทรงกลม ตัวรถที่ดูทรงเหมือนมัดกล้าม ที่มาพร้อมล้ออัลลอยด์ขนาด

22 นิ้ว ลาย five-spoke ใหม่ล่าสุด ด้ายท้ายรถที่มีขนาดที่กว้างขวางมีความสูงระดับรถ suv แสดงให้ให้ถึงพละกำลัง ที่จะเดินทางลุยไปได้ทุกที่ในแบบเส้นทาง off-road แต่ยังรักษาความเป็น suv หรูได้เป็นอย่างดี ปลายท่อไอเสียคู่ทรงรี

ภายใน Bentley Bentayga ยังคงถ่ายทอด DNA สำหรับรถสุดหรูได้เป็นอย่างดี ห้องโดยสารถูกตกแต่งอย่างหรูหรา พิถีพิถันทุกที่นั่ง เน้นความหรูหราและร่วมสมัยซึ่งสะท้อนสไตล์ของ Bentley ได้เป็นอย่างดี ด้วยการใช้วัสดุระดับหรูที่ผลิตขึ้นด้วยช่างฝีมือ ประกอบกับชิ้นงาน

ไฮเทคจากนวัตกรรมอันล้ำสมัย มาพร้อมอุปกรณ์ตกแต่งสไตล์ใหม่หลายรายการ เช่น พวงมาลัยลายไม้สลับหนัง และแผงคอนโซลตกแต่งด้วยวัสดุ High-gloss Carbon-fibre เบาะนั่งวัสดุหนังแท้ Cricket ball มีให้เลือกหลากหลายเฉดถึง 15 สีด้วยกัน รับกับตัวถังที่มีให้เลือกถึง

5 สี เบาะเป็นระบบนวดได้ด้วยระบบไฟฟ้าที่สามารถปรับนวดได้ทั้ง 4 สีที่นั่ง มาพร้อมกับบันเทิงด้วยจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว พร้อมระบบนำทาง เทคโนโลยีช่วยเหลือผู้ขับขี่ที่รวมอยู่ในมาตรฐาน เช่น Exit Warning พร้อมกล้องมองหลัง ระบบนำทาง ช่วยให้ถนนนำทาง และการเชื่อมต่อ Bluetooth, Wi-Fi และ Apple CarPlay

แหล่งที่มา autospinn

ยังคงส่งผลกระทบอย่างต่อเนื่อง

Toyota-Honda-Nissan 3ค่ายใหญ่ปิดโรงงานในอเมริกาเหนือชั่วคราว!!

 

” ยังคงส่งผลกระทบอย่างต่อเนื่อง ” สำหรับ สถานการณ์ การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 หลายค่ายรถยนต์ในหลายประเทศก็มีการหยุดการผลิตไปแล้ว ล่าสุดได้ถึงคิวของของ Toyota Honda และ Nissan ที่ต้องประกาศยุติการผลิตในทวีปอเมริกาเหนือ

โรงงานประกอบรถยนต์และโรงงานผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ของ Toyota ในสหรัฐอเมริกา, แคนาดา และ เม็กซิโก จะหยุดทำการ 2 วันนับจากวันจันทร์ที่ 23 มีนาคม เพื่อฉีดยาฆ่าเชื้อ เพื่อสร้าง

ความมั่นใจเกี่ยวกับเรื่องสุขภาพของพนักงาน และคาดหวังว่าจะกลับมาเปิดโรงงานได้อีกครั้งในวันพุธที่ 25 มีนาคม ส่วนโรงงานที่ยุโรปได้มีการหยุดผลิตไปในหลายประเทศแล้ว

ด้าน Honda ก็จะหยุดการผลิตที่โรงงานเป็นเวลา 6 วันทำการ (ถึงวันที่ 30 มี.ค.) รวมถึงอาจมีการเปลี่ยนกลยุทธ์ในการผลิต เนื่องจากความต้องการของตลาดมีปริมาณลดลง อีกทั้งยังเผยว่าจะมีการจ่ายเงินให้พนักงาน 27,600 คนตลอดทั้ง 6 วันดังกล่าว

ปิดท้ายด้วย Nissan ที่ประกาศปิดโรงงานไปจนถึง 6 เม.ย. เลยทีเดียว และเช่นกัน เนื่องจากความต้องการทางตลาดต่ำลงเป็นอย่างมาก จึงต้องมีการปรับจำนวนการผลิตด้วยเช่นกัน

แหล่งที่มา sanook

BMW

BMW Series 7 รุ่นต่อไป จะเป็นรถไฟฟ้า 100%

” BMW  “คอนเฟิร์มแล้วว่า Series 7 เจเนอเรชั่นต่อไปจะเป็นรถไฟฟ้า นั่นหมายความว่างานนี้เรา จะไม่ต้องรอนานนี่เป็นการต่อยอดตลาดรถไฟฟ้า BMW จะเปิดขาย Series 7 ในเวอร์ชั่น

รถไฟฟ้า 100% , รถเบนซิน, diesel และ เครื่องยนต์ Hybrid ไว้เป็นตัวเลือกให้ด้วยระบบขับเคลื่อนเจนเนอเรชั่นเดียวกับ iX3 รถ SUV ไฟฟ้าของค่าย หรือรุ่น i4 ที่ค่อนข้างเป็นที่น่าสนใจ

ในตลาด มีมอเตอร์ขนาด 80kWh ที่ผสานพลังกับ เครื่องยนต์ทำให้มีกำลัง 526 แรงม้า ที่เป็นพลังงานสะอาด ระบบขับเคลื่อนนำพลังเข้าสู่ห้องเก็บของ พร้อมเครื่อง V8BMW เชื่อว่าสิ่งนี้

จะถูกใจลูกค้ากลุ่ม Series 7 สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมได้แก่ เครื่องยนต์ V12 กำลัง 580 แรงม้า ทำความเร็ว 0-100 ได้ภายใน 3.7 วินาที (รถไฟฟ้า i4 ทำได้ประมาณ 4 วินาที)

แหล่งที่มา autospinn

ฮอนด้า ออโตโมบิล

ฮอนด้ารับ 5 รางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมแห่งปี ” Car of The Year 2020 “

 

ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) รับมอบรางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมแห่งปี ในงาน Car of The Year 2020 ซึ่งจัดขึ้นโดยบริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)

โดยทั้ง 5 รางวัลที่ฮอนด้าได้รับในปีนี้ ได้แก่

ฮอนด้า ซิตี้ เทอร์โบ ใหม่ คว้ารางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมประเภทซีดาน เครื่องยนต์ไม่เกิน 1,000 ซีซี
ฮอนด้า ซีวิค แฮทช์แบ็ก รุ่น TURBO RS คว้ารางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมประเภทแฮทช์แบ็ก เครื่องยนต์ไม่เกิน 1,600 ซีซี ติดต่อกันเป็นปีที่ 2 (พ.ศ. 2562 – 2563)
ฮอนด้า ซีวิค รุ่น 1.8 EL คว้ารางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมประเภทซีดาน เครื่องยนต์ไม่เกิน 1,800 ซีซี ติดต่อกันเป็นปีที่ 3 (พ.ศ. 2561 – 2563)
ฮอนด้า แอคคอร์ด ใหม่ รุ่น TURBO EL คว้ารางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมประเภทซีดานขนาดกลาง เครื่องยนต์ไม่เกิน 1,800 ซีซี
ฮอนด้า ซีอาร์-วี เครื่องยนต์ดีเซลขนาด 1.6 ลิตร i-DTEC TURBO รุ่น DT-EL คว้ารางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมประเภทเอสยูวี เครื่องยนต์ไม่เกิน 1,600 ซีซี (เครื่องยนต์ดีเซล)
โดยรางวัลทั้ง 5 รางวัลที่ฮอนด้าได้รับ นับเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจ และเป็นพลังขับเคลื่อน

ให้ฮอนด้ามุ่งมั่นพัฒนาสร้างสรรค์นวัตกรรมและเทคโนโลยีอันล้ำสมัยอย่างไม่หยุดยั้ง อีกทั้งนำเสนอยนตรกรรมคุณภาพที่พร้อมตอบโจทย์ทุกความต้องการของผู้บริโภค เพื่อสร้างความพึง

พอใจสูงสุดให้แก่ผู้บริโภคเสมอมา สอดคล้องกับวิสัยทัศน์การทำงานของฮอนด้าปี 2030 ในการมุ่ง “ตอบสนองผู้คนทั่วโลกด้วยการส่งมอบความสุขและเพิ่มศักยภาพในการใช้ชีวิต”

แหล่งที่มา autospinn

MGZS

MG ZS 2020 MinorChange!!

MGZS เปิดตัวครั้งแรกในประเทศไทย ปี 2017 ทำให้ MG มีรถธงในตลาด ด้วยยอดขายที่ถล่มทลาย พลิกให้ MG สามารถกลับมามีพลังอีกครั้ง ด้วยปัจจัยหลักด้านราคาที่ถูกใจผู้บริโภค

พร้อมทั้งหน้าตารถที่ดูทันสมัย ออฟชั่น เกินราคายิ่งทำให้สามารถสร้างแรงจูงใจให้กับผู้บริโภคได้ และปีนี้เราจะได้เห็นการปรับโฉมอีกครั้งของ ZS

MG ZS จัดเป็นรถที่อยู่ในการ B-Segment และเป็นรถประเภท crossover ที่ได้รับความนิยมในตลาดอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้ ZS รักษายอดขายได้อย่างดี ในปีนี้ MG ZS Minor Change

ประเทศไทยจะเห็นกันแน่นอนด้วยการเปิดตัวแล้วในประเทศจีนอย่างเป็นทางการ พร้อมกับขุมพลังใหม่ที่เป็นข้อด้อยของรุ่นที่แล้ว ในปี 2020 นี้ เราจะได้เห็นอย่างแน่นอน

แหล่งที่มา autospinn

BMW

BMW ไฟเขียวสร้าง M2 Coupe เจนเนอเรชั่นใหม่ !!

” BMW ” เป็นข่าวว่าได้ให้ ไฟเขียวอนุมัติการสร้าง และจัดจำหน่าย M2 Coupe เจนเนอเรชั่นใหม่ซึ่งจะยังคงใช้ระบบขับเคลื่อนล้อหลังเช่นเดิม

M2 Coupe รุ่นใหม่มีกำหนดการออกทำตลาดยุโรปภายในปี 2022 พัฒนาบนแพลตฟอร์ม CLAR ขณะที่โครงสร้างแชสซีส์คาดว่าจะมีความใกล้เคียงกับรถสปอร์ตโรดสเตอร์อย่าง B-MW Z4 อย่างมาก

ขุมพลังขับเคลื่อนของรถสปอร์ตคูเป้รุ่นใหม่นี้จะใช้เครื่องยนต์ 6 สูบแถวเรียง S58 ความจุกระบอกสูบ 3.0 ลิตร ทวินเทอร์โบแบบเดียวกับที่วางอยู่ใน X3 M, X4 M รวมถึง M3 และ M4 ที่กำลังจะเปิดตัว รีดพละกำลังอย่างน้อย 420 แรงม้า มากกว่ารุ่น M2 Competition เดิมอยู่ 15 แรงม้า
ระบบส่งกำลังจะมีทั้งเกียร์ธรรมดาและอัตโนมัติ มาพร้อมกับเทคโนโลยีไมลด์ไฮบริด 48 โวลต์ช่วยเพิ่มพละกำลังและความประหยัดน้ำมัน สำหรับกำหนดการทำตลาดจะมีขึ้นในอีก 2-3 ปีข้างหน้า

ขณะเดียวกัน มีรายงานด้วยว่า B-MW ยังจะนำเสนอรถ 4 ประตูแบบแกรนคูเป้และ 5 ประตูรหัส M ซึ่งแตกไลน์จาก 1-Series เพื่อต่อกรกับรถสมรรถนะสูงรุ่นเล็กของคู่แข่งร่วมสัญชาติอย่าง Audi RS3 และ Mercedes-AMG A45

รถฮาร์ดคอร์รุ่นเล็กจะใช้ชื่อ 1M วางเครื่องยนต์ 4 สูบ 2.0 ลิตร เทอร์โบ พละกำลังประมาณ 400 แรงม้า ขับเคลื่อน 4 ล้อ

แหล่งที่มา autostation

NewMercedes-BenzE-Class

All New Mercedes-Benz E-Class 2020

 

NewMercedes-BenzE-Class เดินทางมาถึง generation ที่ 10 ในรหัส W213 ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่อีกครั้ง โดยการพัฒนาหลายด้านทั้งภายในและภายนอก ส่วนประเทศไทยคงรออีกไม่นาน

New Mercedes-Benz E-Class ภายนอกกับกระจังหน้ายังคงรักษาเอกลักษณ์เดิม ดาวสามแฉก ไฟหน้าเป็นแบบ All-LED หรือ ไฟท้ายปรับเป็นแบบสองก้อน พร้อมดีไซน์กันชนหลัง

ใหม่ ส่วนล้อเพิ่มลายใหม่อีกหลายลาย รวมถึงลาย Aero ที่รีดลมดีกว่า เส้นสายตัวข้างรถมีมิติมากขึ้น
ภายในของ New Mercedes-Benz E-Class ปรับเปลี่ยนใหม่เช่นกัน ทั้งตัวเบาะและวัสดุตกแต่งที่เพิ่มทางเลือก หนัง, สีใหม่, ลายไม้หลายรูปแบบ, คาร์บอน และ อะลูมิเนียม พร้อม

ปรับอารมณ์ผู้โดยสารด้วยระบบ ENERGIZING ที่ควบคุมการปรับแสง, อุณหภูมิ และ ตำแหน่งเบาะ พวงมาลัยแบบมีให้เลือกสามแบบ คือ หุ้มหนังล้วน กึ่งหนังกึ่งไม้ และ

supersport ด้านระบบสั่งการด้วยเสียง MBUX ยังคงอยู่ มาพร้อมหน้าจอแสดงผลคู่ ขนาดจอละ 10.25 หรือ 12.3 นิ้ว สามารถปรับเปลี่ยนการแสดงค่าได้สามแบบ ประกอบด้วย Modern Classic, Sport, Progressive และ Discreet

ขุมพลังของ New Mercedes-Benz E-Class มีทั้งเบนซิน ดีเซล และ Plug-in Hybrid รวม 7 แบบ ไล่ตั้งแต่ 4 – 6 สูบ ในเครื่องยนต์เบนซิน มีพละกำลัง 156 – 367 แรงม้า และ เครื่องยนต์ดีเซล มีพละกำลัง 160 – 330 แรงม้า

E 350 เครื่องยนต์เบนซิน ขนาด 1,999 ซีซี. แบบ 4 สูบ เทอร์โบ กำลังสูงสุด 255 แรงม้า ที่ 5,800 – 6,100 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 370 นิวตันเมตร ที่ 1,800 – 4,000 รอบ/นาที จับคู่

กับเกียร์อัตโนมัติ 9G-TRONIC 9 จังหวะ ส่งกำลังผ่านระบบขับเคลื่อนล้อหลัง หรือ ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ 4MATIC ความเร็วสูงสุดจำกัดไว้ที่ 210 กิโลเมตร/ชั่วโมง

E 350 4MATIC เครื่องยนต์เบนซิน ขนาด 1,999 ซีซี. แบบ 4 สูบ เทอร์โบ พร้อมระบบ Plug-in Hybrid 90kW และ ISG (Integrated Starter-Generator) หรือ มอเตอร์ไฟฟ้าที่ทำหน้าที่

เป็นไดสตาร์ทในตัว พร้อมใช้การเคลือบลูกสูบ NANOSLIDE และ CONICSHAPE เป็นครั้งแรก กำลังสูงสุดทั้งระบบ 315 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 700 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 9G-

TRONIC 9 จังหวะ ส่งกำลังผ่านระบบขับเคลื่อนล้อหลัง ความเร็วสูงสุดจำกัดไว้ที่ 210 กิโลเมตร/ชั่วโมง

AMG E 53 4MATIC+
เครื่องยนต์แบบ 6 สูบ ขนาด 2,999 ซีซี. เทอร์โบ กำลังสูงสุด 435 แรงม้า ที่ 6,100 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 520 นิวตันเมตร ที่ 1,800 – 5,800 รอบ/นาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ AMG

SPEEDSHIFT TCT 9G 9 จังหวะ ส่งกำลังผ่านระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ กระจายแรงบิดแปรผัน AMG Performance 4MATIC+ ทำอัตราเร่ง 0 – 100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ภายใน 4.5 วินาที ใน

ตัวถัง Saloon และ 4.6 วินาที ในตัวถัง Estate ความเร็วสูงสุดจำกัดไว้ที่ 250 กิโลเมตร/ชั่วโมง และ สามารถปลดล็อคเป็น 270 กิโลเมตร/ชั่วโมง เมื่อติดตั้งเพิ่ม AMG Driver’s Package

เครื่องยนต์ดีเซล แบบ 4 สูบ รหัส OM654 และ แบบ 6 สูบแถวเรียง รหัส OM656 (ติดตั้งพร้อมระบบ ISG ใน E-Class เป็นครั้งแรก) พ่วงระบบ integrated starter-generator (ISG) เพิ่ม

กำลังจากเครื่องยนต์ 20 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 180 นิวตันเมตร พร้อมระบบไฟฟ้า 48 โวลต์สำหรับ New Mercedes-Benz E-Class เปิดตัวเมื่อวันที่ 3 มีนาคม โดยมีให้เลือกเฉพาะตัวถัง

Saloon และ Estate มีกำหนดการเริ่มส่งมอบที่ยุโรป ในไตรมาสที่สามของปีนี้ และคาดว่าในประเทศไทยจะเปิดตัวในปีนี้เช่นกัน

แหล่งที่ autospinn

BMW Concept

BMW Concept i4 นับถอยหลังพร้อมปล่อยขาย 2021

 

BMW Concept i4 ภาพ รถไฟฟ้าแห่งอนาคต รถต้นแบบที่ใกล้เคียงรูปแบบความเป็นจริงมากที่สุดของสำหรับ BMW Concept i4 ที่เปิดตัวผ่านไลฟ์สตรีมมิ่ง พร้อมประกาศขายจริงปี 2021

เริ่มต้นด้วยการออกแบบ แม้ว่าจะเปิดตัวภายใต้รูปแบบคอนเซ็ปต์คาร์แต่ก็ถือว่าใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากที่สุดแล้ว โดยไฮไลท์ที่เด่นชัดที่สุดก็คือกระจังหน้าขนาดใหญ่ ถือเป็น

เอกลักษณ์ของ BMW อยู่แล้วโดย i4 รุ่นใหม่นี้ มาในตัวถังสไตล์ Grand Coupe 4 ประตู สีตัวถังเฉดทองแดง Frozen Light Copper พร้อมตกแต่งด้วยเส้นสายสีฟ้าที่บริเวณกระจังหน้า

ด้านข้าง ไฟท้าย LED ทรง L-Shape Diffuser ท้ายขนาดใหญ่ไร้ท่อไอเสีย ปิดท้ายด้วยล้ออัลลอยสุดอลังการ ที่ทาง BMW บอกว่า เป็นล้อที่มีน้ำหนักเบา และช่วยเพิ่มระยะทางในการขับขี่ได้อีกด้วย

เริ่มต้นด้วยการออกแบบ แม้ว่าจะเปิดตัวภายใต้รูปแบบคอนเซ็ปต์คาร์แต่ก็ถือว่าใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากที่สุดแล้ว โดยไฮไลท์ที่เด่นชัดที่สุดก็คือกระจังหน้าขนาดใหญ่ ถือเป็น

เอกลักษณ์ของ BMW อยู่แล้วโดย i4 รุ่นใหม่นี้ มาในตัวถังสไตล์ Grand Coupe 4 ประตู สีตัวถังเฉดทองแดง Frozen Light Copper พร้อมตกแต่งด้วยเส้นสายสีฟ้าที่บริเวณกระจังหน้า

ด้านข้าง ไฟท้าย LED ทรง L-Shape Diffuser ท้ายขนาดใหญ่ไร้ท่อไอเสีย ปิดท้ายด้วยล้ออัลลอยสุดอลังการ ที่ทาง BMW บอกว่า เป็นล้อที่มีน้ำหนักเบา และช่วยเพิ่มระยะทางในการขับขี่ได้อีกด้วย
เครื่องยนต์หายไป BMW Concept i4 เป็นระบบขับเคลื่อน eDrive เจเนอเรชั่นที่ 5 ซึ่งถูกใช้กับรถยนต์พลังงานไฟฟ้า iNext และ iX3 มาพร้อมกับมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้พละกำลังสูงสุด 530

แรงม้า ชุดแบตเตอรี่ลอเธียมไอออนขนาด 80kWh สามารถขับเคลื่อนได้ไกลถึง 600 กม. ต่อกการชาร์จไฟเต็ม และมอบอัตราเร่งจาก 0 – 100 กม./ชม. ได้ภายใน 4 วินาที

โดย BMWConcept i4 คันนี้ จะเป็นรถต้นแบบของรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ BMW i4 ที่จะถูกประกอบขึ้นที่โรงาน BMW ในเมือง Munich ประเทศเยอรมนี ซึ่งพร้อมจะเปิดตัว และออกจำหน่ายทั่วโลกภายในปี 2021

แหล่งที่มา autospinn

SUZUKI

NEWSUZUKI ERTIGA 2020 รถอเนกประสงค์ 7 ที่นั่ง 2020

 

SUZUKI ERTIGA รถอเนกประสงค์ 7 ที่นั่ง มีการดีไซน์ภายใต้คอนเซ็ปต์ Unlock Your Life ปลดล็อกอีกด้านของชีวิต จากความสำเร็จของ SUZUKIERTIGA ในปีที่ผ่านมานี้ สามารถ

ทำยอดขายได้ทะลุเป้าหมายที่วางไว้จำนวนกว่า 3,500 คัน โดยล่าสุดจึงเดินหน้าตอกย้ำความสำเร็จอีกครั้ง ผ่านปรัชญาของแบรนด์ Suzuki…Way of Life! ด้วยการเปิดตัว New Suzuki ERTIGA รถครอบครัวอเนกประสงค์ขนาด 7 ที่นั่ง ที่ได้รับการปรับปรุงให้รองรับและตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้าได้มากยิ่งขึ้น
ภายใต้แนวคิด “จุดประกายอีกขั้นของชีวิต” หรือ “SPARK IT UP” ยังคงเน้นการออกแบบตัวรถ ตามหลักอากาศพลศาสตร์ (Aerodynamics) พร้อมด้วยเส้นสายดีไซน์โฉบเฉี่ยวโดดเด่นด้านข้างตัวรถ ให้ความรู้สึกโฉบเฉี่ยวเร้าใจ ไฟหน้าโปรเจ็คเตอร์ ไฟตัดหมอกทรงกลม เสริมความสปอร์ตด้วยไฟท้าย LED และล้ออลูมิเนียมอัลลอยทูโทนลายใหม่ขนาด 15 นิ้ว เติมเต็มอารมณ์ความสปอร์ตมากยิ่งขึ้น ภายในยังคงเลือกใช้วัสดุคุณภาพสูง มอบความรู้สึกหรูหราและเหนือกว่า ด้วยพื้นที่ภายในห้องโดยสารขนาด 3 แถว 7 ที่นั่ง ที่กว้างขวาง โปร่งสบายใช้งานได้จริงทุกพื้นที่มอบความคุ้มค่าสูงสุดแก่ผู้ใช้งาน โดยยังมีจุดอำนวยความสะดวกต่างๆ ในรถมากมาย เช่น ช่องเก็บอุปกรณ์และพื้นที่สำหรับวางแก้วน้ำหลายตำแหน่ง พวงมาลัย D-shape ออกแบบมาเป็นพิเศษเพิ่มพื้นที่วางขามากขึ้น เติมเต็มสู่ความสะดวกสบายมากยิ่งกว่าเดิม ด้วยระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ ดีไซน์เรียบหรู พร้อมระบบไล่ฝ้าบริเวณกระจกบังลมด้านหลัง ที่ช่วยเพิ่มทัศนวิสัยในการขับขี่ เพื่อความปลอดภัยมากขึ้น มาพร้อมด้วยจอระบบสัมผัสแบบใหม่ ขนาดใหญ่สะใจ 10 นิ้ว สะดวกในการใช้งานและง่ายต่อการควบคุมมากขึ้น พร้อมกับระบบรองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth รองรับระบบ Apple Carplay และ Android Auto พร้อมการสั่งงานด้วยเสียงจาก Siri หรือ Google Assistant และยังรองรับการดึงภาพจากโทรศัพท์มือถือขึ้นจอภาพผ่านช่องเชื่อมต่อ HDMI สุดทันสมัย พร้อมด้วยกล้องมองภาพขณะถอยหลัง ทั้งยังอัดแน่นไปด้วยอุปกรณ์ที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบาย อาทิ ช่องเชื่อมต่อ USB ช่องจ่ายไฟสำรอง 12V ถึง 2 ตำแหน่ง สะดวกสบายยิ่งขึ้นด้วยระบบ Keyless Entry และ Keyless Push Start สัมผัสกับความเย็นสบายตลอดการเดินทางด้วยระบบปรับอากาศสำหรับผู้โดยสารแถวหลัง พร้อมช่องวางเครื่องดื่มที่สามารถรักษาอุณหภูมิความเย็นของเครื่องดื่มได้นานยิ่งขึ้น

แหล่งที่มา autospinn

TheMonkeyCustom

The Monkey Custom กับ 3 รุ่นพิเศษ !!

TheMonkeyCustom ได้เวลารถจักรยานยนต์ในตำนานอย่าง Monkey ส่งโปรเจกต์ใหม่สะท้านวงการประเดิมปี 2020 ด้วยการปรับโฉมใหม่ 3 เวอร์ชั่นสู่การเป็นรุ่นพิเศษที่น่าสนใจ พร้อมเผยราคาเป็นที่เรียบร้อย

โปรเจกต์ดังกล่าวใช้ชื่อว่า TheMonkeyCustom กับการนำรถจักรยานยนต์ทั้งหมด 3 รุ่นมาปรับแต่งโฉมเสียใหม่ให้เร้าใจกว่าเดิม มีรายละเอียดดังต่อไปนี้

 1988 CHERRY EDITION ราคาแนะนำ 104,900 บาท

THE METAL BLUE EDTION ราคาแนะนำ 103,900 บาท

THE CARBON BRED EDITION ราคาแนะนำ 110,900 บาท 

แหล่งที่มา sanook